“มิว” เปิดใจแค่ไปกินข้าว ยันกลุ่มดาราไม่เกี่ยวตื้บลูกนายพล

จากกรณีนายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือเจมส์ อายุ 23 ปี ลูกของพล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผบ.มทบ.38 ถูกการ์ดของมาลินสกายกลางเมืองเชียงใหม่รุมทำร้ายร่างกายจนเจ็บสาหัส ดั้งจมูกหัก ฟันแตกและตาซ้ายมีปัญหามองไม่เห็น เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเหยื่ออ้างจะเข้าห้องน้ำในผับแต่การ์ดห้ามไว้ เพราะกลุ่มดาราชื่อดังใช้อยู่s__22790186เมื่อวันที่ 27 พ.ย. มิว-นิษฐา เผยว่า “เหตุการณ์ในวันนั้นพวกเรา มิว พี่แต้วและพี่หมาก ถ่ายละครเสร็จแล้ว พี่ทีมงานสนิทกับพี่อุ้ม-ลักขณา เลยชวนไปร้านอาหารอยู่บนดาดฟ้าเราก็สนุกกันในโต๊ะของเรา ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาบอกว่าเขาเป็นคนของร้าน ถ้ามีอะไรก็บอกเขาได้ อย่างถ้ามีคนมาขอถ่ายรูปก็บอกเขาได้ ซึ่งมิวก็รับทราบเราก็อยู่ของเรา ไปเข้าห้องน้ำออกมาก็ไม่มีอะไรทุกอย่างสงบ ก็มีคนมาขอถ่ายรูปบ้างปกติ ที่มีข่าวว่าแก๊งดาราสั่งการ์ดกระทืบพวกเรางงมากs__22790190วันนั้นไม่มีอะไร ช่วงประมาณห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ เพราะวันนั้นพี่แต้วและพี่หมากมีถ่ายละครเช้า วันต่อมาก็เห็นมีชื่อพวกเราในข่าวว่าไปรุมกระทืบด้วยก็เลยงงมาก ระหว่างอยู่ในร้านตนไม่เห็นคนทะเลาะกันเลย ตนก็ไปเข้าห้องน้ำกันปกติ นั่งสนุกกันต่อข้างบนและส่วนตัวก็ไม่ได้สังเกตใคร ถามว่าเคยเห็นหน้าผู้เสียหายไหม มิวไม่เคยเห็นเลย ไม่ได้สังเกตใครด้วยเพราะร้านใหญ่คนเยอะ แต่มาเห็นตอนจะกลับว่ามีคนมุงๆ อะไรกัน แต่เราก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ เพราะเราก็จะกลับกันอยู่แล้ว มันดึกแล้ว”

เมื่อถามว่า คิดว่าเราเป็นต้นเหตุในการใช้สิทธิพิเศษอะไรไหม “ไม่ได้มีการกั้นห้องน้ำเพื่อให้เราเข้า ห้องน้ำมันเป็นห้องน้ำหญิงสองห้องมิวก็ไปเข้ากับพี่แต้วคนละห้องก็เต็มแล้วตอนที่เราไปก็ยังต่อคิวกันอยู่เลย ส่วนตัวก็งงว่าเราใช้สิทธิ์อะไร ถามว่าเราได้ยินไหม ที่พี่บอลแฟนพี่อุ้มตะโกนว่าเขามีแฟนเป็นดาราเขาเป็นเจ้าของที่นี่จะทำอะไรก็ได้ เราไม่ได้ยินและส่วนตัวก็ไม่รู้จักแฟนอุ้ม”

ล่าสุดเพื่อนผู้เสียหายออกมาโพสต์ว่าการ์ดที่ทำร้ายร่างกายไม่ใช่การ์ดของดารา “ก็ขอบคุณมากที่ออกมาเล่าความจริงให้ทุกคนฟังกัน เพราะถ้ามิวเล่าเองคนก็จะเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ทางฝั่งนั้นพูดก็ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น และมิวก็ยืนยันว่าไม่ใช่การ์ดดารา พวกเราไม่ได้ถูกจัดให้นั่งอยู่ในโซนวีไอพี บริเวณที่นั่งเป็นโซนปกติเหมือนคนทั่วไปและไม่มีการ์ดอยู่รอบๆ ตัวเรา”

ตั้งแต่เกิดเรื่องคุยกับอุ้มหรือยัง “ยังไม่คุยเลยเพราะไม่ได้สนิทกัน ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ตอนแรกยังขำๆ กับตัวเองอยู่เลยว่าเราเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่พอเห็นว่าเรื่องใหญ่ก็ตกใจเหมือนกัน”

แม่ผู้เสียหายบอกว่าทำไมดาราไม่ช่วยห้าม “ตอนนั้นมิวไม่เห็นด้วยว่าเขามีเรื่องอะไรกัน เห็นแค่มีคนมุงอยู่มุมนึง ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกัน เพราะเราจะกลับอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้มีใครบอกให้กลับเราตั้งใจจะกลับกันอยู่แล้ว ถ้าต้องไปให้ปากคำ มิวกล้ายืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับมิว แต่ถ้าตำรวจต้องการสืบสวนก็ยินดี”

ข่าวนี้มีผลกระทบกับเราไหม “บางคนที่เขาอ่านข่าวก็เชื่อไปตามข่าวนั้น ก็อยากให้ใช้วิจารณญาณ ส่วนตัวมิวเป็นนักแสดงเรารู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ เราไม่เอาชื่อเสียงของเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรอย่างนี้อยู่แล้ว ส่วนผู้ใหญ่ยังไม่มีเรียกไปคุยถึงเรื่องนี้ มิวยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนักแสดงเลย เราไม่รู้เรื่องหรือยุ่งเกี่ยวอะไรเลย การ์ดไม่ได้มากับเรา ด้านครอบครัวก็ไม่ถามอะไรมาก เพราะเขารู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริงแค่พาดหัวให้ดูรุนแรงเกี่ยวกับพวกเราเท่านั้นเอง”

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋ 14 ซิ่ง จยย. แซงกระบะทางโค้งมืด ประสานงา จยย. บาดเจ็บสาหัส สุดท้ายดับ

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 2 ส.ค. ร.ต.อ.เชวงศักดิ์ บำรุงนอก ร้อยเวร สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา  รับเเจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชน  ประสานงากับ  รถจักยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย บนถนนสาย เสนา-ผักไห่ บริเวณหมู่ 3 ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลเสนา และหน่วยกู้ภัยอยุธยา

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน กพน 830 พระนครศรีอยุธยา  พลิกคว่ำอยู่กลางถนน สถาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระแจกกระจายอยู่เต็มถนน โดยมี ด.ช.พิชยา ศรีมณฑา อายุ 14 ปี เป็นผู้ขับขี่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางถนน  ถูกรถทับกลางลำตัวเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันยกรถออก ก่อนทำการปั๊มหัวใจ ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีขาทั้งสองข้างหัก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ  สีดำ หมายเลขทะเบียน 4กณ 975 กรุงเทพมหานคร อยู่ข้างทาง  โดยมีนายศิริวัฒน์ แจ่มจ้นทร์ อายุ 19 ปี เป็นผู้ขับขี่ นอนรอความช่วยเหลืออยู่ข้างทาง ได้รับบาดเจ็บนิ้วชี้ข้างซ้ายขาด ขาซ้ายมีแผลฉีกขาด จากนั้นหน่วยกู้ภัยอยุธยาพร้อมกู้ชีพโรงพยาบาลเสนา ได้เร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเสนาเพื่อทำการรักษา ซึ่งต่อมา ด.ช.พิชยา ได้เสียชีวิตลงจากการถามนายสมบุญ มงคลทรงชัย อายุ 25 ปี เล่าว่า นายศิริวัฒน์ แจ่มจันทร์ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากตลาดเสนาเพื่อกลับบ้านพักที่ ต.บ้านแพน พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็ได้มีรถ จยย. ของ ด.ช.พิชยา ศรีมณฑา ได้ขับแซงรถยนต์กระบะขึ้นมา ประกอบกับจุดเกิดเหตุนั้นเป็นที่มืด และเป็นทางโค้ง จึงทำให้รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันชนประสานงากันเข้าอย่างจัง เสียงดังสนั่น จนกระทั่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์”ทรงรับ”หนูนา”สาวป่วยมะเร็งหนัก 1 กก.ไว้ในพระราชานุเคราะห์

จากกรณี น.ส.ศศินา พิมพ์แพง วัย 18 ปี หรือน้องหนูนา ป่วยมะเร็งที่หัวไหล่ขวา  แบกรับน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เจ็บปวดแสนทรมาน  ก่อนเข้าทำการรักษาที่ ร.พ.นครพนม ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. ต่อเนื่องมา 4 วัน  หลังมีผู้ใจบุญหลั่งไหลบริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคาร พบว่ามียอดสูงกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่แพทย์ ร.พ.นครพนม แถลงอาการของน้องหนูนาป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว  ญาติจะนำตัวส่งไปรักษาที่กรุงเทพฯ ก็แล้วแต่ความประสงค์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 6 ก.ค. น.ส.ฐิติมา  พิมพ์แพง วัย 26 ปี พี่สาวน้องหนูนา กล่าวถึงอาการของน้องสาวว่า อาการปวดหลังเลือดทะลักจากบาดแผล 4 วัน แพทย์เติมเลือดกรุ๊ปโอไป 5 ถุง ฉีดยาแก้ปวดครั้งละ 4 ซี.ซี.ต่อเนื่อง เริ่มทานข้าวได้นิดหน่อยแต่ยังร้องไห้เพราะปวดมาก ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ก.ค. มีแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  โทรศัพท์ติดต่อกับพยาบาลโรงพยาบาลนครพนมว่าจะรับอนุเคราะห์รักษาน้องหนูนาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สร้างความปราบปลื้มดีใจให้แก่ครอบครัวตน รวมทั้งน้องสาววัย 18 ปีได้มีรอยยิ้มและมีโอกาสรักษาในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือทันสมัยตามความประสงค์ผู้บริจาค พี่สาวน้องหนูนา กล่าวด้วยร้อยยิ้มว่า น้องสาวและผู้ป่วยมีความหวัง หน้าตาสดชื่นขึ้นกว่าทุกวัน ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ผู้อำนวยการ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนง  ตลอดจนผู้ใจบุญทั่วประเทศที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือรักษา จนทำให้ยอดเงินโอนเข้าหมายเลขบัญชี เลขที่ 4911-1-2984-5 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาแหลมฉบัง ล่าสุดในวันนี้ยอดสูง 1,100,000 แสนบาท และบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่ธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม ชื่อบัญชี น.ส.ศศินา พิมพ์แพง เพื่อรักษาโรคมะเร็ง หมายเลขบัญชี 014-3-53614-9 มีเงินเข้า 5,600 บาท ยังไม่นับรวมกับผู้มาบริจาคบนเตียง ร.พ.นครพนม หลังจากแพทย์ได้ทำการเคลื่อนย้ายน้องหนูนา ขึ้นรถกู้ชีพ ร.พ.นครพนม ในเวลา 21.30 น. เพื่อนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ซึ่งเป็นศูนย์มะเร็งแบบครบวงจร  คาดว่าจะใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง  เพื่อไปถึงจุดหมายในรุ่งเช้าวันที่ 7 ก.ค. โดยมีพยาบาลจากโรงพยาบาลนครพนม 2 ราย  พร้อม น.ส.ศศินา พี่สาวน้องหนูนาและญาติ  ร่วมนั่งไปในรถตู้คันดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับน้องหนูนาไว้ในพระราชานุเคราะห์ โดยทางรพ.นครพนมจะพาน้องหนูนามาส่งถึงร.พ.จุฬาภรณ์ในเวลาประมาณ 9 โมงเช้าของวันที่ 7 ก.ค.นี้

ที่มา>>>ข่าวสด

เมียเหยื่อฆ่ายกครัว ดูหน้าสามี-ลูกครั้งสุดท้าย ลั่น! อย่าให้ตายเปล่า

ร้องไห้ปริ่มขาดใจ เมียเปิดฝาโลงดูหน้าสามี-ลูกชาย ถูกฆ่ายกครัว 2 ศพเป็นครั้งสุดท้าย ลั่น! อย่าให้ตายเปล่า ขอ ตร.ทำคดีให้ถึงที่สุด ด้านแม่ยาย อยากให้ประหารให้สาสม จับคนร้ายที่เหลือมาให้หมด…

จากกรณีคนร้ายขับรถยนต์กระบะ ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ไล่ยิงฆ่ายกครัวทำให้นายสุเทพ รอดสุก อายุ 29 ปี และ ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก ลูกชายวัย 2 ขวบ เสียชีวิตคาที่ บริเวณพงหญ้าริมถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รู้ใครยิงพ่อ-ลูกดับ ตร.เมืองคอน จ่อออกหมายจับ คุ้มกันแน่นเมียผู้ตาย ส่วนนางวาสนา โสภิณ อายุ 26 ปี และ ด.ญ.วิภัชชา รอดสุก อายุ 7 ขวบ เมียและลูกสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้ออกหมายจับนายศิริชัย บุรินทร์โกษฐ์ อายุ 30 ปี ซึ่งเดินทางมามอบตัว พร้อมปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ร่ำไห้แทบขาดใจ! สาวถูกยิงยกครัว วอนพาออก รพ. ไปงานศพลูก-ผัว

ล่าสุดเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ 2 พ่อลูก ที่บ้านเลขที่ 170 บ้านมะม่วงตลอด หมู่ 7 ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช โดยนางวาสนา ซึ่งขาขวาเข้าเฝือก นั่งร่วมทำพิธีด้วยอาการโศกเศร้าตลอดเวลา โดยนางวาสนา ได้กล่าวทั้งน้ำตาขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลือติดตามคดีจนสามารถจับกุมคนร้ายมาได้แล้ว 1 คน และทราบว่ากำลังจะจับเพิ่มอีกหลายคน ซึ่งตนขอขอบคุณมาก อย่าให้ลูกและสามีของตนต้องตายเปล่า ขอให้ช่วยเรื่องคดีจนถึงที่สุด อย่าให้คนร้ายลอยนวลด้านนางวรรณา โสภิณ อายุ 58 ปี มารดาของนางวาสนา กล่าวว่า หลังจากลูกสาวออกจากโรงพยาบาล เพื่อมาร่วมงานศพสามีและลูกครั้งสุดท้าย โดยมีอาการเสียใจตลอดเวลาร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน อยากฆ่าตัวตายตามสามีและลูกไปด้วย ซึ่งตนและญาติๆได้คอยปลอบใจจนดีขึ้นบ้าง แต่ต้องเฝ้าดูแลไม่ห่างเพราะกลัวลูกสาวจะคิดสั้น

“อยากขอร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งจับกุมคนร้ายที่เหลือทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้จนคดีถึงที่สุด และอยากให้ประหารชีวิตคนร้ายทุกคนไปเลย ให้สาสมกับที่เขาทำกับหลานชายและลูกเขย เพราะที่ผ่านมาพวกตนไม่เคยเป็นศัตรูกับใครเลย นอกจากคนร้ายกลุ่มนี้ที่มีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง อยากให้ตำรวจจับกุมให้หมดและดำเนินคดีจนถึงที่สุด และเมื่อนั้นตนและลูกสาวก็จะนำศพนายสุเทพและลูกชายขึ้นมาทำการฌาปนกิจศพอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อเรื่องของคดีได้รับความเป็นธรรม”สำหรับบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีการเคลื่อนโลงศพ 2 พ่อลูกจากบ้านพักไปยังวัดมะม่วงตลอด เพื่อเก็บศพ 2 พ่อลูกไว้ที่บริเวณหลังวัด โดยญาติๆ ช่วยประคองนางวาสนา ซึ่งขาขวาเข้าเฝือกเดินไม่ได้ ไปดูพิธีเก็บศพ พร้อมขอร้องให้เปิดฝาโลงศพของ 2 พ่อลูกเพื่อขอดูหน้าเป็นครั้งสุดท้าย โดยทันทีที่นางวาสนาเห็นสภาพศพ ได้ร้องไห้โฮจนเกือบเป็นลมหมดสติ ทางญาติต้องเข้าไปปลอบใจ ก่อนพากลับบ้าน ท่ามกลางความสลดหดหู่สะเทือนใจของญาติและประชาชนที่มาร่วมงานศพ.

ที่มา>>>Thairath

‘ราชันชุดขาว’ เล็งทาบ ‘มูรินโญ’ คืนถิ่น หากปิ๋ว ชปล.

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด อาจมาดึง โชเซ มูรินโญ กลับมาคุมบังเหียนในถิ่น ซานติอาโก เบอร์นาบิว อีกครั้ง หากทีมมีอันต้องร่วงในถ้วยบิ๊กเอียร์รอบ 8 ทีม หลังบุกพ่ายหมาป่าเมืองเบียร์ไปก่อน ในเลกแรก 2-0…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 8 เม.ย. ว่า “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลาลีกา สเปน กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ ‘เดอะ สเปเชียลวัน’ โชเซ มูรินโญ เพื่อจับตาดูสถานการณ์และอาจโน้มน้าวใจให้อดีตกุนซือรายนี้กลับมาคุมทีมอีกครั้งเป็นคำรบที่สอง หากทีมต้องตกรอบ ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก หลังบุกไปพ่าย ‘หมาป่าเมืองเบียร์’ โวล์ฟบวร์ก ไปก่อนในเกมแรก 2-0

โค้ชชาวโปรตุกีส ถูก เรอัล มาดริด ไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2013 ซึ่งตอนนี้กำลังว่างงานอยู่ หลังถูกเชลซีปลดออกจากตำแหน่งในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยเจ้าตัวมีข่าวเชื่อมโยงอย่างหนักกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ท่ามกลางกระแสข่าวที่ลือให้แซ่ดว่า หลุยส์ ฟานกัล จะถูกปลดออกจากตำแหน่งกุนซือผีแดงหลังจบฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ดีล่าสุด ฟลอเลติโน เปเรซ ประธานราชันชุดขาว กำลังพิจารณาดึงเฮียเครียดมาร่วมทีมอย่างจริงจัง หลังจากที่ทีมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมต่อการตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังบุกไปพ่าย โวล์ฟบวร์ก ที่โฟล์คสวาเกน อารีนา 2-0

สำหรับ มูรินโญ ตกเป็นข่าวปฏิเสธโอกาสที่จะเข้ามาคุมทีมต่อจากราฟาเอล เบนิเตซ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพราะตัวเขาหมายมั่นปั้นมือที่จะได้ไปคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ถึงอย่างไรล่าสุดตัวเขาเริ่มไม่แน่ใจ หลังมีกระแสข่าวลือออกมาว่า ผีแดง อาจให้โอกาสหลุยส์ ฟานกัล คุมทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า หากสามารถนำทีมจบอันดับ 4 ไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปีหน้าได้.

ที่มา>>>Thairath

สุดสลด ! เด็กชายถีบเพื่อนตกน้ำตาย 2 คน อ้าง “แค่หยอกเล่น”

 * สุดสลด ! เด็กชายถีบเพื่อนตกน้ำตาย 2 คน อ้าง “แค่หยอกเล่น” *

เด็กน้อยถีบเพื่อนตกน้ำ

เด็กชายถีบเพื่อนนักเรียนหญิงตกน้ำ เพื่อนอีกคนรีบไปช่วย แต่ถูกถีบตกน้ำตาม พยายามตะกายขอบปูนหวังขึ้นจากน้ำ กลับโดนเหยียบมือซ้ำจนต้องปล่อย สุดท้ายเสียชีวิตทั้งคู่ ด้านเด็กชายอ้าง “แค่หยอกเล่น”

วันที่ 24 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กหญิงพลัดตกน้ำสูญหายในคลองประเวศบุรีรมย์ หน้ามัสยิดอัลเอี๊ยะติซอม ซอยอ่อนนุช 43 ถนนสุขุมวิท 77 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เมื่อรับแจ้งแล้วจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านได้ช่วยกันงมหาร่างของเด็กหญิงดังกล่าว จนพบ ทราบชื่อคือ ด.ญ.ปิยาพัชร เปิดโปง อายุ 11 ขวบ ชาวไทย และด.ญ.สุภาวดี วาระทุม อายุ 12 ปี ชาวกัมพูชา นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง สภาพหมดสติ เจ้าหน้าที่พยายามช่วยปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้และเสียชีวิตในที่สุด

รายงานข่าวระบุว่า เวลาต่อมา นายปิยปวัต เปิดโปง อายุ 45 ปี พ่อของ ด.ญ.ปิยาพัชร ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ และทันทีที่เห็นศพถึงกับปล่อยโฮเข้ากอดร่างของลูกสาว ด้านนางรัตนา แดงสุวรรณ อายุ 29 ปี ชาวกัมพูชา มารดาของ ด.ญ.สุภาวดี ก็ได้เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ เมื่อพบร่างไร้วิญญาณของลูกสาวก็ถึงกับร้องไห้จนเป็นลมจนเกิดอาการช็อกหายใจไม่ทัน เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

อ่านเพิ่มเติม สุดสลด ! เด็กชายถีบเพื่อนตกน้ำตาย 2 คน อ้าง “แค่หยอกเล่น”

รวบ เจิง หยาง หัวหน้าแก๊งจีนปล้นปืนวังบูรพา ขณะหนีไปเชียงใหม่ หวังออกนอกประเทศ

 * รวบ เจิง หยาง หัวหน้าแก๊งจีนปล้นปืนวังบูรพา ขณะหนีไปเชียงใหม่ หวังออกนอกประเทศ *

คนจีนปล้นร้านปืน

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ควบคุมตัวนาย เจิง หยาง (Yang Zheng) อายุ 30 ปี สัญชาติจีน หัวหน้าแก๊งปล้นปืน ร้านจำหน่ายอาวุธปืนย่านวังบูรพา ที่เกิดขึ้นเมื่อวานที่ผ่านมา( 4 มีนาคม 2559) มาทำการสอบสวน หลังนาย เจิง หยาง ถูกจับกุมตัวได้ที่สถานีรถไฟจังหวัดนครสวรรค์ ขณะเดินทางหลบหนีไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยขบวนรถนอน สายด่วนที่ 51 กรุงเทพ ปลายทางเชียงใหม่เพื่อเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ ผ่านทางชายแดนภาคเหนือ

ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังมีการแจ้งเบาะแสข้อมูลผ่านทางฝ่ายสืบสวน กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ว่าพบเห็นบุคคลหน้าคล้ายกับผู้ต้องสงสัยอยู่แถวหัวลำโพง จึงทำการตรวจสอบเชิงลึกจนทราบว่าผู้ต้องหาได้ซื้อตั๋วเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่จึงประสานตำรวจท่องเที่ยวและฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ให้ทำการตรวจสอบรถไฟขบวนดังกล่าว ก่อนจะสามารถจับกุมตัวได้พร้อมกับเป้สะพาย 1 ใบ ที่บรรจุเสื้อผ้าและสัมภาระ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเจิง หยาง ให้การยอมรับว่าเป็นคนเดียวกันกับบุคคลตามภาพที่มีการเผยแพร่อยู่ในสื่อขณะนี้ แต่ระบุไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเตรียมเดินทางมาสอบปากคำ นายเจิง หยาง ด้วยตัวเองในช่วงเช้าวันนี้ด้วย

คืนจอ สรยุทธ จัดเรื่องเล่าเช้านี้ตามปกติ อ่านข่าวคดีไร่ส้มเอง

 * คืนจอ สรยุทธ จัดเรื่องเล่าเช้านี้ตามปกติ อ่านข่าวคดีไร่ส้มเอง *

ข่าวไร่ส้ม สรยุทธ

สรยุทธ สุทัศนะจินดา จัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ตามปกติ และอ่านคดีบริษัทไร่ส้มด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันขอต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

จากกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาสั่งจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เป็นเวลา 20 ปี แต่ลดโทษให้เหลือ 13 ปี 4 เดือน ในคดียักยอกเงินโฆษณา อสมท. ต่อมาศาลชั้นต้นให้ประกันตัวชั่วคราว 2 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามออกนอกประเทศและต้องมารายงานตัวทุก 30 วัน

ล่าสุด วันนี้ (1 มีนาคม 2559) นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ยังคงจัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ พร้อมอ่านข่าวคดีบริษัทไร่ส้มด้วยตัวเองเป็นข่าวแรก โดยระบุว่า เคารพคำพิพากษาของศาล และขอใช้สิทธิในการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

ตำรวจไล่ล่านิสสัน GTR แก๊งซิ่งย่านพระประแดง ปะทะกันจนตกคลอง พบมีคดีเก่าค้าง

 * ตำรวจไล่ล่านิสสัน GTR แก๊งซิ่งย่านพระประแดง ปะทะกันจนตกคลอง พบมีคดีเก่าค้าง *

ตำรวจ GTR

ตำรวจไล่ล่านิสสัน GTR แก๊งซิ่งย่านพระประแดง ปะทะกันจนตกคลอง พบมีคดีเก่าค้าง เผยติดสติ๊กเกอร์ BOSS SIXNINE 69 คาดเป็นแก๊งเดียวกับพวกขนอาวุธสงคราม เร่งสอบสวน

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อนิสสัน GTR สีดำทะเบียนป้ายแดง ส 9999 กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าจากสุขสวัสดิ์ 76 ไปยังสุขสวัสดิ์ 78 ซึ่งทางสายตรวจได้ขับรถไล่ล่าจนมาถึงเขตทุ่งครุ และสุดท้ายรถยนต์ต้องสงสัยได้เสียหลักชนแท่งแบริเออร์ทำให้ปีกนกหักขับต่อไปไม่ได้ จากนั้นคนร้ายได้ทิ้งรถหลบหนีไปทางคลองรางจาก สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับตัวได้ในที่สุด

ทั้งนี้ ชายคนดังกล่าวคือ นายอนุชา ประกอบ อายุ 30 ปี ซึ่งระหว่างจับกุมนั้น นายอนุชาพยายามขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่และพยายามแย่งปืนพกของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ในขณะต่อสู้กันจนตกคลอง สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

อ่านเพิ่มเติม ตำรวจไล่ล่านิสสัน GTR แก๊งซิ่งย่านพระประแดง ปะทะกันจนตกคลอง พบมีคดีเก่าค้าง