ตบไฟสูงขับรถปาดหน้า หนุ่มสุพรรณเลือดร้อน เปิดกระจกยิงคู่กรณีเจ็บ

กระสุน

อารมณ์ร้อนเป็นเหตุ! สามีพาเมียและลูกสาววัย 12 ขวบ ขับเก๋งมิตซูบิชิกลับบ้านบนถนนสามนาค-ดอนโพธิ์ทอง สุพรรณบุรี พบเก่งวีออสสีดำคู่กรณี ผลัดกันตีไฟสูงขับรถเร่งแซงกัน วีออสเลือดร้อนชักปืนยิงใส่รถมิตซูบิชิ ทำคนขับได้รับบาดเจ็บ…

เมื่อกลางดึกวันที่ 14 มี.ค. ร.ต.อ.สายฝน หลักเพชร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวรถนนเลียบคลองชลประทาน สามนาค-ดอนโพธิ์ทอง หมู่ 5 ต.ดอนกำยาน อ.เมือง ไปตรวจสอบ และกู้ภัยเณรแก้ว

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 7ฮ-8596 กรุงเทพมหานคร มีรอยถูกยิงที่ประตูหลัง 1 จุด และด้านท้าย 1 จุด ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.เจ้าพระยายมราช ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ นายสมเกียรติ มูลสองแคว อายุ 31 ปี ชาวบ้าน หมู่ 2 ต.ดอนโพธิ์ทอง ถูกยิงเข้าที่ก้น ด้วยปืนไม่ทราบขนาด

สอบสวน น.ส.ศิริเพ็ญ เกตุพลอย อายุ 29 ปี ภรรยาผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ตนกับสามี และลูกสาววัย 12 ปี เพิ่งกลับจากทานเลี้ยงงานบวช โดยตนเป็นคนขับสามีนั่งอยู่เบาะหลัง ส่วนลูกสาวนั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ กระทั่งถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ขับอยู่ด้านหน้าอย่างช้าๆ จึงเปิดไฟใส่แล้วเร่งเครื่องแซง

“ระหว่างนั้นเอง รถคันดังกล่าวเปิดไฟสูงและเร่งเครื่องแซงหน้ามา คนในรถเปิดกระจกชักปืนยิงใส่มา 2 นัด สามีบอกว่าถูกยิง จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลแล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ” น.ส.ศิริเพ็ญ กล่าว

สาเหตุเบื้องต้นคาดว่า ขับรถปาดหน้าทำให้ไม่พอใจ ชักปืนยิงใส่ก่อนหลบหนีไป ตร.จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อนำตัวรถคันที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

สรุปเหตุ SCB Park ระบบดับเพลิงแก๊สไพโรเจนทำงาน-ขาดอากาศหายใจ เสียชีวิต 10 ศพ

 * สรุปเหตุ SCB Park ระบบดับเพลิงแก๊สไพโรเจนทำงาน-ขาดอากาศหายใจ เสียชีวิต 10 ศพ *

ไทยพาณิชย์ไฟไหม้

ไทยพาณิชย์ไฟไหม้

SCB ชี้แจงข่าว SCB Park ไม่ใช่ไฟไหม้ แต่เกิดเหตุระบบดับเพลิงแก๊สไพโรเจนทำงานอัตโนมัติ หลังคนงานเข้าปรับปรุงระบบอัคคีภัย แต่ไปกระตุ้นสารดับเพลิงเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ ตาย 10 ศพ

วันที่ 14 มีนาคม 2559 ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้แจงว่า ตามที่เกิดเหตุที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ บริเวณชั้นใต้ดิน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 21.30 น. นั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอชี้แจงว่า ไม่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ และไม่ได้เกิดเหตุระเบิดแต่อย่างใด และสามารถควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าพนักงานตำรวจคาดว่าอาจจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของผู้รับเหมาที่เข้ามาปรับปรุงระบบการป้องกันอัคคีภัยของอาคารเพิ่มเติม มีการเจาะทำให้เกิดฝุ่นซึ่งทำให้ตัวเซ็นเซอร์อ่านค่าว่ามีควันเกิดขึ้น จึงเปิดระบบป้องกันไฟไหม้ชนิดแก๊สไพโรเจน ซึ่งหลักการของแก๊สดังกล่าว จะทำให้ออกซิเจนหมดไปอย่างรวดเร็วเพื่อยับยั้งเพลิงไหม้ เนื่องจากห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ใช้เก็บเอกสารสำคัญของธนาคาร ไม่สามารถใช้ระบบดับเพลิงชนิดน้ำจากหัวสปริงเกอร์ได้ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 10 ราย และบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 7 ราย ธนาคารขอแสดงความเสียใจมายังผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะให้ความดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสม และความคืบหน้าจะขอชี้แจงในลำดับต่อไป ทั้งนี้ อาคารและทรัพย์สินไม่ได้รับความเสียหาย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ จึงเปิดให้บริการตามปกติในวันนี้ (14 มีนาคม)

ขณะที่ นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางมาตรวจสอบ พร้อมกล่าวว่า ที่เกิดเหตุเป็นห้องเอกสารชั้นใต้ดินบี 2 คนงานกำลังเข้ามาทำงานตรวจสอบระบบดับเพลิง ระหว่างนั้น เกิดความผิดพลาดมีกลุ่มควันที่เป็นฝุ่น ลอยขึ้นไปโดนเครื่องดับเพลิงอัตโนมัติ แต่เนื่องจากเป็นห้องที่เก็บเอกสาร เครื่องดังกล่าวจึงไม่ใช้น้ำ แต่เป็นเครื่องที่ปล่อยแก๊สเพื่อดูดออกซิเจนดับไฟแทน ทำให้คนงานหมดสติและเสียชีวิตทันที พร้อมยืนยันว่า ไม่ใช่เหตุเพลิงไหม้หรือเหตุระเบิดอย่างแน่นอน

ด้าน พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้น เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดจากความประมาท ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบพบว่า เป็นความประมาทของบุคคลใดจะแจ้งข้อหากระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายทันที

ภาพจาก เฟซบุ๊ก SCB Thailand, จส.100

เผยภาพแม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน. เหตุเพราะไม่มีใครเลี้ยง

 * เผยภาพแม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน. เหตุเพราะไม่มีใครเลี้ยง *

อุ้มลูกไปสอบ กสน

แม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน.-ด้านครูคุมสอบช่วยเลี้ยง บอกมีมานานและถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีกฎห้ามและเปิดกว้างให้กับนักศึกษาทุกคน

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ (นิเทศก์อุปถัมป์) อ.แหลมงอบ จ.ตราด ได้มีการสอบปลายภาคของนักศึกษานอกระบบระดับชั้นมัธยมปลาย ซึ่งมีจำนวน 4 ห้องเรียน โดยแต่ละห้องมีนักศึกษาประมาณ 30-40 คน ซึ่งมีนักศึกษาหลายคนได้อุ้มลูกเข้ามาสอบในห้องเรียนด้วย บ้างก็ให้ลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ บ้างก็ให้ลูกนั่งตัก ขณะเดียวกันบางรายก็ต้องให้นมลูก นอกจากนี้ยังมีครูคุมสอบช่วยนักศึกษาเลี้ยงลูกระหว่างสอบด้วย

อย่างไรก็ดี จากการสอบถาม นางสาวสุนิสา อายุ 24 ปี นักศึกษาที่อุ้มลูกเข้าห้องสอบ เผยว่า ตนมาสอบพร้อมกับลูกชายวัย 4 ปี และที่ต้องมาเรียนที่ กศน. เป็นเพราะช่วงอายุ 13 ปี ต้องลาออกจากโรงเรียนเนื่องจากครอบครัวฐานะยากจน เลยต้องออกมาช่วยแม่รับจ้างแกะปูต้ม และระหว่างนั้นก็มีแฟนและแต่งงานกัน มีลูกด้วยกัน 2 คน โดยสามีตอนนี้เป็นช่างอยู่ที่บริษัทขายเครื่องคอมพิวเตอร์ พอตนมีรายได้พอเลี้ยงตัวเองและลูกได้ จึงกลับมาคิดเรียนต่อ ซึ่งในปีนี้ตนจะจบแล้ว และคิดจะเรียต่อระดับอนุปริญญาด้วย หากจบแล้วจะได้ช่วยสามีทำงาน

นางสาวสุนิสา กล่าวต่อว่า ส่วนที่ต้องนำลูกเข้ามาในห้องสอบด้วย จริง ๆ ตนทำมาหลายปีแล้ว เพราะเวลาสอบไม่มีใครเลี้ยงลูก เนื่องจากสามีหยุดงานเพียงวันอาทิตย์วันเดียว ครูที่คุมสอบก็ไม่ได้ว่าอะไร บางครั้งก็ยังช่วยเลี้ยงอีกด้วย ส่วนเพื่อน ๆ ก็มีบางคนนำลูกเข้าห้องสอบเช่นกัน หากถามความรู้สึกแล้ว ตนไม่อายหรือกลัวอะไร เพราะตนไม่ได้ทำผิดหรือเป็นเด็กไม่ดีที่มีลูกระหว่างเรียน ตนมีเหตุผลเพราะเรื่องปัญหาเรื่องฐานะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่เคยยอมแพ้และมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อไป ซึ่งต่อไปถ้าเรียนระดับสูงกว่านี้ ค่าใช้จ่ายก็จะแพงขึ้น แต่ก็ต้องต่อสู้เพื่อความรู้ในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม เผยภาพแม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน. เหตุเพราะไม่มีใครเลี้ยง

ทำแผน’นาทีฆ่า’ สาวสวยการท่า

หนุ่มคาโก้

หนุ่มคาร์โก้รับหึงฝ่ายหญิง แค้นเลยเอามีดปักอกคารถ

รวบตัวได้แล้วหนุ่มคาร์โก้ สายการบินแอร์ เอเชีย ฆาตกรโหดก่อคดีฆ่าแฟนสาวเจ้าหน้าที่บริษัทการท่าอากาศยานฯ ดอนเมือง ตำรวจตามไปตะครุบตัวได้ที่ทำงาน เค้นสอบยอมรับสารภาพหมดเปลือก แฉนาทีสังหารเหยื่อสุดอำมหิต อ้างแค้นผู้ตายนอกใจแอบไปคบหากับเพื่อนชายอีกคน เกิดปากเสียงทะเลาะบนรถบันดาลโทสะใช้มีดแทงอก ระหว่างนำศพไปทิ้งที่ จ.สระบุรี เหยื่อนอนดิ้นทุรนทุรายในรถใช้มีดแทงซ้ำจนแน่นิ่ง กระทั่งถึงจุดที่ทิ้งศพนำศพลงมาวางบนพื้นใช้มีดแทงกลางหลังอีก 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตายสนิท ผบช.ภ.1 คุมตัวแถลงการจับกุมทันที มารดาผู้ตายใจสลายร่ำไห้โฮ คร่ำครวญ “ฆาตกรทำไมต้องทำอย่างนี้” ก่อนเป็นลมพับไป ต้องปฐมพยาบาลกันโกลาหล ขณะที่ตำรวจคุมตัวไอ้โหดทำแผน 5 จุดรวด

จากคดีฆาตกรรมโหด น.ส.อรพรรณ หรือกลอย บุญกล่อม อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ประจำสนามบินดอนเมือง ถูกฆาตกร ใช้มีดกระหน่ำแทงร่างพรุนตายทารุณ นำศพไปทิ้งในพงหญ้าริมถนนสายบายพาสเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก หมู่ 6 ต.หนองปลาไหล อ.เมืองสระบุรี เพื่ออำพรางคดี ก่อนมีคนไปพบกลายเป็นศพเน่าขึ้นอืดเมื่อช่วงสายของวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดเป็นฝีมือแฟนหนุ่มโดยสาเหตุอาจมาจากความหึงหวง ตำรวจเร่งจัดชุดติดตามไล่ล่า

ความคืบหน้าคดีสาวการท่าอากาศยานฯ ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ฐิติ แสงสว่าง ผบก.ภ.จ.สระบุรี และ พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี ร่วมแถลงการจับกุมนายธนัฐพงศ์ หรือบิ๊ก กุลรักษา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 838 ถนนเบญจรงค์ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา พร้อมของกลางรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีเทา ทะเบียน กร 8381 นครราชสีมา โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และของกลางอื่นๆอีกหลายรายการ

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 กล่าวว่า หลังพบศพ น.ส.อรพรรณ หรือกลอย บุญกล่อม อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทการท่าอากาศยานฯ ถูกคนร้ายฆ่าตาย คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 7 วัน ในพื้นที่อ.เมืองสระบุรี ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 ลงพื้นที่พร้อมประสานตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.สระบุรี และตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ร่วมสืบสวนคลี่คลายคดี จนจับกุมตัวนายธนัฐพงศ์ หรือบิ๊ก กุลรักษา อายุ 27 ปี พนักงานคาร์โก้ สายการบินแอร์เอเชีย แฟนหนุ่มของผู้ตาย ได้ที่ทำงานท่าอากาศยานดอนเมือง คุมตัวสอบสวนนายธนัฐพงศ์ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

ทั้งนี้ นายธนัฐพงศ์มือมีดให้การอ้างว่า ช่วงประมาณ 5 โมงเย็น วันที่ 5 มี.ค. ขับรถเก๋งคันดังกล่าวไปรับ น.ส.อรพรรณ แฟนสาวที่คบหากันมา 6 ปี จากที่ทำงานท่าอากาศยานดอนเมือง พาไปกินข้าวและดูหนังที่ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จนถึง 4 ทุ่มขับรถไปส่ง น.ส.อรพรรณ ที่บ้านซอยไดรไอซ์ ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง ระหว่างทางเกิดมีปากเสียงกับผู้ตายเรื่องแอบไปคบกับเพื่อนชายอีกคน พอขับรถถึงปากซอยไดรไอซ์ ได้จอดรถใช้มีดพกแทงที่หน้าอก น.ส.อรพรรณ 1 ครั้ง ก่อนขับรถมุ่งหน้าไปยัง จ.นครราชสีมา ระหว่างทาง น.ส.อรพรรณ ยังมีลมหายใจดิ้นทุรนทุรายจึงใช้มีดแทงซ้ำจนขาดใจตาย จากนั้นโยนโทรศัพท์มือถือของผู้ตายทิ้งและนำศพไปทิ้ง ก่อนขับรถกลับหอพักนำกระเป๋าและทรัพย์สินของผู้ตายไปเผาทำลายใกล้กองบิน 6 ดอนเมือง และนำรถที่เปรอะคราบเลือดไปล้างทำความสะอาด

นายธนัฐพงศ์กล่าวว่า รู้เรื่องที่ น.ส.อรพรรณ แฟนสาวไปคบกับเพื่อนชายอีกคน เนื่องจากแฟนของฝ่ายชายได้ส่งรูปทั้งสองคนอยู่ด้วยกันมาให้ดู และบอกว่าเลิกโง่เสียที ได้พยายามสอบถาม น.ส.อรพรรณเรื่องที่คบหากับชายคนใหม่ว่าจริงหรือไม่ แต่ น.ส.อรพรรณ ปากแข็งปฏิเสธมาตลอด กระทั่งเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรงทำให้บันดาลโทสะก่อเหตุขึ้น

หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้นได้มีบิดามารดาของน.ส.อรพรรณ นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้แก่ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 เพื่อแสดงความขอบคุณที่ตำรวจจับกุมฆาตกรที่ฆ่าลูกสาวได้ในเวลาอันรวดเร็ว ระหว่างนั้นมารดาของผู้ตายยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอย่างหนักที่ลูกสาวถูกฆ่าตายถึงกับร่ำไห้โฮ พูดคร่ำครวญว่า “ฆาตกรทำไมต้องทำแบบนี้” ก่อนจะเป็นลมพับไป ญาติๆและเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันปฐมพยาบาลเป็นที่โกลาหล

ต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายธนัฐพงศ์ผู้ต้องหาขึ้นรถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมูเตอร์ สีขาว ทะเบียน ฮภ 1602 กรุงเทพมหานคร ไปทำแผน ประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดที่ก่อเหตุรวม 5 จุด จุดแรกที่บริเวณปากซอยสรงประภา 1 แยก 4-1 หรือซอยสุวรรณี 2 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กทม. เป็นจุดที่นายธนัฐพงศ์จอดรถคุยกับผู้ตายจนมีปากเสียงกันก่อนจะใช้มีดพับแทงเข้าที่หน้าอกผู้ตาย 1 ครั้ง และขับรถมุ่งหน้าไปที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างทางได้ใช้มีดแทงซ้ำที่ลำตัวจนแน่นิ่ง

จุดที่สอง ที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ตั้งอยู่ระหว่างซอยสรณคมน์ 7 และ 9 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง เป็นจุดที่หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้สวมรอยเล่นเฟซบุ๊กของผู้ตาย เพื่อส่งข้อความทางเฟซบุ๊กคุยกับเพื่อนๆว่าผู้ตายมีแฟนใหม่ชื่ออาร์ท คบหาได้สักระยะ ตอนนี้อยู่ด้วยกันปลอดภัยดีไม่ได้เป็นอะไร และจุดที่สาม ที่บริเวณพงหญ้าในซอยเทิดราชัน 9 ถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน ที่ผู้ต้องหานำกระเป๋าถือพร้อมเอกสารต่างๆ บัตรประจำตัว และทรัพย์สินของผู้ตายไปเผาทิ้ง ในที่เกิดเหตุพบเศษเหรียญ พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จโทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอาง น้ำหอม และของใช้ส่วนตัวคาดเป็นของผู้ตายถูกนำมาเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน

จากนั้นคุมตัวนายธนัฐพงศ์ไปทำแผนจุดที่ 4 ที่ทิ้งศพบริเวณพงหญ้าริมถนนสายบายพาสเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออกหมู่ 6 ต.หนองปลาไหล อ.เมืองสระบุรี ขณะทำแผนนายธนัฐพงศ์ให้การอีกว่า หลังนำร่าง น.ส.อรพรรณ ลงจากรถมาวางบนพื้นได้ใช้มีดแทงซ้ำที่กลางหลังอีก 2 ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเหยื่อเสียชีวิต ประกอบกับความแค้นที่ผู้ตายคิดนอกใจ แล้วนำศพไปทิ้งในพงหญ้า ต่อจากนั้นคุมตัวนายธนัฐพงศ์ไปทำแผนจุดสุดท้ายห่างที่เกิดเหตุประมาณ 3 กม. ที่นำโทรศัพท์ของผู้ตายโยนทิ้ง ระหว่างทำแผนตำรวจได้จัดกำลังคุ้มกันแน่นหนา การทำแผนดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย กระทั่งเสร็จสิ้นได้นำตัวนายธนัฐพงศ์ไปดำเนินคดีที่ สน.ดอนเมือง โดยแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาต่อไป

ที่มา>>>Thairath

รวบโชเฟอร์รถทัวร์ ลอบขน 11 แรงงานเถื่อน ซุกซ่อนช่องเก็บของ

แรงงานเถื่อน1ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ตั้งจุดตรวจ รวบโชเฟอร์รถทัวร์ สายกทม.-แม่สอด ลอบขนแรงงานต่างด้าวชาย 9 หญิง 2 แอบซุกซ่อนในช่องเก็บของใต้รถ…

แรงงานเถื่อน2

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 14 มี.ค. ร.ท.ศาศวัต สัตยพงษ์ หัวหน้าจุดตรวจเพื่อความมั่นคงชายแดนบ้านห้วยหินฝน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก นำกำลังเข้าตรวจสอบรถโดยสารประจำทาง สีน้ำเงินฟ้า สายกรุงเทพฯ- แม่สอด เลขข้างรถ 956 – 3 ทะเบียน 16-0027 กทม. พบแรงงานต่างด้าว ชาย 9 คน หญิง 2 คน ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บสัมภาระใต้รถ ซึ่งดัดแปลงมาโดยเฉพาะ เมื่อขอดูเอกสารเข้าเมืองจากแรงงานทั้งหมดไม่มีมาแสดง จึงจับกุมส่งตัวให้ตรวจคนเข้าเมืองตาก ดำเนินคดีและเตรียมผลักดันกลับประเทศ เบื้องต้นได้ดำเนินคดีนายธนาธิป รัตนกระจ่าง อายุ 48 ปี คนขับรถทัวร์คันดังกล้าว ในข้อหานำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต

แรงงานเถื่อน3

ร.ท.ศาศวัต เปิดเผยว่า ดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล และ คสช. เรื่องการจับกุมแรงงานต่างด้าวในประเทศ เพราะเป็นช่วงของการแก้ไขปัญหาให้นานาชาติรับทราบ ว่า ไทยไม่สนับสนุนให้คนกลุ่มนี้อยู่ในประเทศ และไม่นิยมให้มีการค้าแรงงานต่างด้าว.

ที่มา>>>Thairath

สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ

สาว18ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 มี.ค.) เมื่อเวลา 06.10 น. สภ.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุชายผูกคอเสียชีวิตในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 4 ต.คลองพระอุดม

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ปลูก 2 ชั้น บริเวณชั้นบนของตัวบ้านภายในห้องนอนพบศพ นายวิสัน อายุ 31 ปี ใช้เชือกไนล่อนผูกกับขื่อแขวนคอตัวเองจนเสียชีวิตโดยมีน.ส.นัฎฐา อายุ 18 ปี แฟนสาวร้องไห้

จากการสอบสวน น.ส.นัฎฐา ให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาก่อนเข้านอนตนเองกับผู้ตายมีปากเสียงกันรุนแรง เรื่องที่ตนเองต่อว่าแฟนหนุ่มไม่ยอมหางานทำ เอาแต่มั่วสุมกินเหล้ากับเพื่อนๆ ไปวันๆก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน จนกระทั่งตื่นมาแทบตกใจเมื่อเห็นแฟนหนุ่มคิดสั้นผูกคอตาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่านายวิสันคงน้อยใจแฟนสาวที่ตัดพ้อไม่หางานทำ ด้วยความน้อยใจเลยอาศัยช่วงกลางดึกที่ทุกคนหลับแอบมาแขวนคอตาย

ทั้งนี้ ทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตจึงมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>Sanook New

นางสงกรานต์ ปี 2559 “มณฑาเทวี” ทำนายฝนตกไม่ทั่วเมือง ข้าวพัง-ของแพง

 * นางสงกรานต์ ปี 2559 “มณฑาเทวี” ทำนายฝนตกไม่ทั่วเมือง ข้าวพัง-ของแพง *

นางสงกรานต์

นางสงกรานต์ ปี 2559 ชื่อ มณฑาเทวี ทำนายฝนตกไม่ทั่วเมือง ข้าวในนาจะได้ครึ่งเสียครึ่ง ของบริโภคจะแพง ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ

วันที่ 11 มีนาคม 2559 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เผยแพร่ประกาศ “สงกรานต์” ในปี 2559 โดยระบุว่า ปีวอก ผีเสื้อผู้ชาย ธาตุเหล็ก อัฐศก จุลศักราช 1378 ทางจันทรคติ เป็นปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็นอธิกสุรทิน ซึ่งในวันที่ 13 เมษายน จะเป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติตรงกับวันพุธขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 เวลา 20 นาฬิกา 00 นาที 00 วินาที นางสงกรานต์ ทรงนามว่า “มณฑาเทวี” ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนม เนย พระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จไสยาสน์ลืมเนตรมาเหนือหลังคัสพร (ลา) เป็นพาหนะ

ส่วนในวันที่ 16 เมษายน เวลา 00 นาฬิกา 34 นาที 12 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น 1378 ปีนี้วันเสาร์เป็นธงชัย วันพุธ เป็นอธิบดี วันศุกร์เป็นอุบาทว์ วันศุกร์เป็นโลกาวินาศ

ปีนี้ วันจันทร์ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 500 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 50 ห่า ตกในมหาสมุทร 100 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 150 ห่า ตกในเขาจักรวาล 20 ห่า นาคให้น้ำ 2 ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ 6 ชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผล 9 ส่วน เสีย 1 ส่วนธัญญาหาร ผลาหาร มัจฉมังษาหารจะบริบูรณ์อุดมสมบูรณ์ ประชาชนทั้งหลายจะเป็นสุขสมบูรณ์แล เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย

อย่างไรก็ดี สำหรับ นางสงกรานต์ ทรงนามว่า “มณฑาเทวี” เป็นนางสงกรานต์ประจำวันพุธ ทำนายว่า ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ ถ้าวันพุธเป็นวันเนา ข้าวปลาอาหารจะแพง แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่ ถ้าวันพุธเป็นวันเถลิงศก บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตจะมีความสุขสำราญ ปีนั้นฝนตกบ่ทั่วเมือง หัวปีมีมาก กลางปีน้อย ข้าวในนาจะได้ครึ่งเสียครึ่ง ของบริโภคจะแพง คนเกิดวันศุกร์มีเคราะห์ คนเกิดจันทร์และวันเสาร์มีโชค

ภาพจาก กระทรวงวัฒนธรรม

กำหนดรถต่างชาติ ข้ามแดนใช้ในไทย อยู่ห้ามเกิน 30 วัน เกิน 9 ที่นั่งไม่ได้

ชายแดนไทย

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางในการรองรับรถข้ามพรมแดนเข้ามาใช้ในประเทศเป็นการชั่วคราว ต้องเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 9 ที่นั่ง และอยู่ได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน รอบปีไม่เกิน 60 วัน พร้อมแจ้งขออนุญาต อย่างน้อย 10 วันทำการ …

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยหลังจากหารือร่วมกับ กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการท่องเที่ยว กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง กองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และกองบังคับการตำรวจทางหลวง เพื่อกำหนดแนวทางในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะนำรถจากประเทศที่ไม่มีความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศร่วมกับประเทศไทยข้ามพรมแดนมาใช้ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว

โดยผลจากการหารือร่วมกันได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า รถที่จะนำข้ามพรมแดนเข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวได้ต้องเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 9 ที่นั่ง (นับรวมคนขับ) รถยนต์บรรทุก (กระบะ) ที่มีน้ำหนักรถรวมบรรทุกไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม ในส่วนของรถจักรยานยนต์และรถบ้าน (Motorhome) ไม่อนุญาตให้นำข้ามพรมแดนมาได้ โดยกำหนดให้สามารถนำรถเข้ามาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน ในรอบปีรวมแล้วต้องไม่เกิน 60 วัน โดยต้องเป็นการยื่นขออนุญาตผ่านผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวของไทยเท่านั้น และต้องแจ้งขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทำการ ต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของด่านศุลกากรที่จะนำรถเข้า กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการขออนุญาตรถคันละ 500 บาท และค่าเครื่องหมายแสดงการใช้รถแผ่นละ 500 บาท

สำหรับเงื่อนไขการใช้รถในประเทศไทย สามารถใช้ได้เฉพาะภายในเขตจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของด่านศุลกากรที่เข้ามา ต้องติดเครื่องหมายแสดงการใช้รถไว้ในบริเวณที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน มีใบอนุญาตขับรถที่กฎหมายไทยรับรอง มีสัญญาและกรมธรรม์ประกันภัย มีสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมฉบับแปล และต้องปฏิบัติตามกฎจราจร และกฎหมายอื่นๆ ของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ขนส่งทางบก กรมศุลกากร และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้จัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลของรถที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสามารถตรวจสอบข้อมูลเพื่ออนุญาตให้รถเข้าประเทศได้ และสามารถตรวจสอบสถานะของรถได้ว่ายังอยู่ในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย กรณีพบการกระทำความผิดของนักท่องเที่ยวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องส่งข้อมูลการกระทำความผิดให้กรมการขนส่งทางบกบันทึกประวัติเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับประกอบการพิจารณาไม่อนุญาตให้นำรถเข้าประเทศได้ต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อให้มาตรการรองรับนักท่องเที่ยวนำรถข้ามพรมแดน มีแนวทางปฏิบัติชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ให้แต่ละหน่วยงานซักซ้อมการทำงานและประชาสัมพันธ์การบังคับใช้กฎหมายตามร่างประกาศฯ ให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้รถและปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

โบว์ แวนด้า เผยเพื่อน ปอ ทฤษฎี เตรียมสร้างอนุสรณ์ให้ที่บุรีรัมย์

 * โบว์ แวนด้า เผยเพื่อน ปอ ทฤษฎี เตรียมสร้างอนุสรณ์ให้ที่บุรีรัมย์ *

อนุสรณ์ ปอ ทฤษฎี

โบว์ แวนด้า รับมีโฆษณาติดต่อมาเยอะ แต่ยังอยู่ในช่วงพูดคุย เผยเพื่อน ปอ ทฤษฎี เตรียมสร้างอนุสรณ์ให้ปอ ที่บุรีรัมย์

กลายเป็นซุปตาร์งานชุกไปซะแล้ว สำหรับ น้องมะลิ พาขวัญ ลุกสาวของพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี กับสาว โบว์ แวนด้า ที่ช่วงนี้ออกงานคู่กับคุณแม่โบว์ อยู่บ่อย ๆ แถมยังทำเอาหลายคนหลงรักจนสมัครขอเป็นแฟนคลับเพียบ นอกจากนี้ยังแว่ว ๆ มาอีกว่า มีโฆษณาติดต่อให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกรับงานเพียบ ล่าสุด (11 มีนาคม 2559) โบว์ แวนด้า ก็เผยว่า เรื่องโฆษณาคุณอาน้ำอ้อยเขากำลังคุยกับทางผู้ใหญ่อยู่ ส่วนถึง 5 ตัวไหม อันนี้ยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ส่วนของ ททท. ก็ยังอยู่ในช่วงที่พูดคุยกันอยู่ ยังไม่ได้ข้อสรุป

โดย โบว์ แวนด้า เผยอีกว่า เรื่องการรับงานจะคุยกับอาน้ำอ้อยตลอด ว่ามีงานนี้เข้ามา ตนรู้สึกยังไง อยากให้น้องทำไหม ตนก็จะถามตลอดว่าเราต้องให้น้องทำอะไรยังไงบ้าง จะได้ร่วมกันตัดสินใจว่ามันเหมาะรึเปล่า ส่วนงานช่วงนี้ก็รับเรื่อย ๆ แต่ว่ารายละเอียดก็ยังไม่ได้ถาม เรื่องค่าตัวตนได้เปิดบัญชีให้มะลิแล้ว โดยทุกงาน ๆ ที่น้องไปแล้วได้ค่าขนม กลับมาตนจะเข้าบัญชีของน้องทุกบาททุกสตางค์

ส่วนเรื่องที่เพื่อน ๆ ของหนุ่มปอ ทฤษฎี เตรียมสร้างอนุสรณ์ให้พระเอกหนุ่มที่ จ.บุรีรัมย์ นั้น โบว์ เผยว่า ถ้าเป็นเรื่องนี้ต้องคุยกับคุณปู่คุณย่า เพราะว่าส่วนใหญ่ผู้ใหญ่เขาจะคุยกับทางคุณปู่คุณย่าโบว์เอง เราให้ท่านตัดสินใจเต็มที่เลย ส่วนจะทำแน่นอนไหม อันนี้อยู่ในช่วงกำลังคุยกันอยู่ เพื่อน ๆ ของพี่ปอทางบุรีรัมย์กำลังพูดคุยกันอยู่ว่ารายละเอียดจะเป็นยังไง ถ้าคุยกันเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวเขาจะมาคุยให้ตนฟังอีกทีว่าเป็นยังไง

ภาพจาก Instagram porthrisadeeofficial, bung_lakorn3, คุณ Chanatchat Wasimonpongsa, Instagram innie_inyarat

‘รอยส์’ เบิ้ล! เสือเหลืองขยี้ไก่ขาดลอย 3-0 ศึกยูโรปาลีก

บอล1

“มาร์โก รอยส์” สุดฮอต! เหมาคนเดียว 2 ลูก ช่วยให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านไล่ขยี้ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ผู้มาเยือนจากอังกฤษไปอย่างขาดลอย 3-0 กุมความได้เปรียบไปก่อน ในศึกยูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก…

การแข่งขันศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปาลีก 2015-16 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ประจำคืนวันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม ตามเวลาในประเทศไทย คู่ที่น่าสนใจในช่วงเวลา 01.00 น. เป็นการโคจรมาพบกันของทีมชั้นนำจากสองลีก “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดรัง ซิกนัล อิดูนา ปาร์ค รับการมาเยือนของพลพรค “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์

เริ่มเกมไปได้เพียงแค่ 50 วินาทีแรก ทีมเยือนมีโอกาสทักทายก่อนจากการลากเข้ามายิงจากหน้ากรอบเขตโทษของ คริสเตียน อีริคเซน แต่บอลยังตรงตัวของนายทวารดอร์ทมุนด์ รับเข้าซองเอาไว้ได้

นาที 14 ทีมเสือเหลืองพลาดโอกาสขึ้นนำเมื่อ เฮนดริกห์ มคิทาร์ยาน ตะบันด้วยขวาเต็มข้อหน้ากรอบเขตโทษ นายทวารสเปอร์ปัดออกมาไม่ดี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ตามซ้ำเข้าไปแต่ไลน์แมนยกธงเป็นลูกล้ำหน้า

นาที 30 กองเชียร์เจ้าถิ่นก็ได้เฮก่อนเมื่อ มาร์เซล ชเมลเซอร์ โยนบอลจากกราบซ้ายเข้าไปหน้าประตูให้กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ขึ้นโขกเสียบโค่นเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำ 1-0

บอล2

“ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง” ยิงเบิกร่องให้่กับทีมในเกมนี้

นาที 37 มาร์โก รอยส์ เกือบเพิ่มสกอร์ให้กับเจ้าถิ่นได้อีกลูก เมื่อมีโอกาสปั่นฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลา แต่บอลโค้งหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรก ถึงแม้จะเป็นฝ่ายเจ้าถิ่นที่ครองเกมบุกได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้นำอยู่เพียงแค่ 1-0 เท่านั้น

เริ่มเกมในครึ่งหลัง พลพรรคเสือเหลืองยังคงเป็นฝ่ายที่ครองเกมบุกได้อย่างต่อเนื่อง และมีลุ้นอีกครั้งในนาที 50 เมื่อ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง จิ้มบอลหนีนายทวารทีมเยือนไปที่เสาสอง กอนซาโล คาสโตร ตามซ้ำจ่อๆ ชนเสาอย่างน่าเสียดาย

กระทั่งในนาที 60 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ขยับสกอร์ขึ้นนำเป็น 2-0 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เนเวน ซูโบติช โหม่งชงไปที่เสาสองให้กับ มาร์โก รอยส์ วิ่งเข้ามายิงแสกหน้านายทวารทีมเยือนเข้าไปชนิดสะใจกองเชียร์ทั้งสนาม

ถัดมาในนาที 70 เจ้าถิ่นหนีห่างไปเป็น 3-0 จากจังหวะทำชิ่งหน้าประตู ก่อนที่จังหวะสุดท้ายจะเป็น มาร์โก รอยส์ แปเน้นๆ เสียบมุมเข้าไป

บอล3

“มาร์โก้ รอยส์” เหมาคนเดียว 2 ลูก ช่วยให้ทีมกุมความได้เปรียบไปก่อนในเกมแรก

ช่วงเวลาที่เหลือถึงแม้ขุนพลทีมเสือเหลืองแห่งเมืองเบียร์ จะยังคงดาหน้าบุกกระหน่ำเข้าใส่ผู้มาเยือนอย่างต่อเนื่อง แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่ดีพอ

ทำให้จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านไล่ทุบ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ไปอย่างสนุก 3-0 โดยในเกมนัดที่ 2 จะกลับไปเตะกันที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ในวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคมนี้.

11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ : โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์, มัทส์ ฮุมเมิลส์, ลูคัส พิสเซค, มาร์เซล ชเมลเซอร์, เอริก ดวร์ม, สเวน เบนเดอร์, เฮนดริกห์ มคิทาร์ยาน, กอนซาโล คาสโตร, จูเลียน ไวเกิล, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง, มาร์โก รอยส์

ทอตแนม ฮอตสเปอร์ : ฮูโก ยอริส, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, คีแรน ทริปเปียร์, เควิน วิมเมอร์, เบน เดวิส, นาเซอร์ ชาดลี, ไรอัน เมสัน, คริสเตียน อีริคเซน, ทอม คาร์โรล, ซอน ฮึง มิน, จอช โอโนมาห์

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์