22ชีวิตระทึกอีกแล้ว!! บัสนักท่องเที่ยวชนสนั่นกระบะ คนเจ็บเลือดอาบหน้า-ร้องเจ็บปวดให้ช่วย

เมื่อเวลา 04.26 น. วันที่ 27 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับเเจ้งรถบัสนักท่องเที่ยวชาวจีนชนกับรถกระบะบริเวณตรงข้ามร้านโชคโยธาวัสดุก่อสร้างใกล้สามเเยกปากทางเข้าวัดหลวงปู่สุภาฯ ม.6 ต.ฉลอง อ.เมือง จึงประสานหน่วยภูเก็ตร่วมใจกู้ภัยเข้าร่วมตรวจสอบ หลังจากนั้น ร.ต.อ.สมเกียรติ สารสิทธิ์ ร้อยเวร สภ.ฉลอง เข้าตรวจสอบพบรถบัส หมายเลขทะเบียน 31-0344 กทม. ข้างรถเขียนชื่อ บริษัทไทเมอร์นิ่งซั่นทัวร์ ในสภาพพังเสียหาย คนขับ คือ นายณัฐพล โปซิว อายุ 36 ปี นอนเจ็บอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ใกล้กันยังพบรถกระบะโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน กว6371 ภูเก็ต ภายในมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ในสภาพเลือดนองใบหน้า ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทราบชื่อ คือ นายพัทธนันทร์ เกษมโชค อยู่ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถ อย่างทุลักทุเล เพราะส่วนขาติดอยู่บริเวณด้านในรถ นอกจากนี้ภายในรถคันดังกล่าวยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายทราบชื่อภายหลังว่า นายอนิพัฒน์ นาครินทร์ อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ ภูเก็ต ส่วนคนขับรถกระบะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 ทั้งนี้จากการสอบสวนนายณัฐพลคนขับรถบัส เบื้องต้นทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวได้วิ่งมาจากฝั่งตัวเมืองภูเก็ต เพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 22 คน ซึ่งมาจากสนามบินไปส่งยังโรงแรมกะรนฮิลล์ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ขณะที่รถยนต์กระบะวิ่งมาจากฝั่งวัดฉลองเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว รถกระบะที่วิ่งสวนมาได้เกิดวิ่งข้ามเลนมากะทันหัน จึงหักหลบไม่ทัน และเกิดการชนกันอย่างรุนแรง แต่โชคดีที่นักท่องเที่ยว 22 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะก็ได้พยายามบอกว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิดแต่เป็นฝ่ายรถบัสที่วิ่งกินเลนเข้ามา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝันเห็นเลขชัดเป๊ะ!! พลิกชีวิตหนุ่มก่อสร้าง รวย 30 ล้าน กลายเป็นเศรษฐีในพริบตา

 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 มิ.ย. ที่ สภ.กุดบาก จ.สกลนคร มีนายอำพล ศรีมุกดา อายุ 42 ปี ชาวบ้าน บ้านกุดบาก ต.กุดบาก อ.กุดบาก จ.สกลนคร นำสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 073816 งวดประจำวันที่ 16 มิ.ย. 59 เดินทางมาพร้อมภรรยา และบุตรชาย พ่อตา แม่ยาย เพื่อแจ้งลงบันทึกประจำวัน ในการเป็นเจ้าของสลากฯ ที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 5 ใบ จำนวนเงินรางวัล 30 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ ได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้ามาแสดงความดีใจด้วย จากนั้นได้ขอตัวกลับ โดยบอกว่าจะเดินทางไปกรุงเทพฯ ทันที

เจ้าหน้าที่ตำรวจท่านหนึ่ง กล่าวว่า นายอำพล ศรีมุกดา หนุ่มดวงดีรายนี้ มีอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้างทั่วไป อยู่ที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ทำงานอยู่แถวบ้านอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อมาฝันเห็นเลขเป็นตัวชัดเจนสีแดงแจ๋ จึงหาซื้อในละแวกที่ทำงาน จำนวน 5 ฉบับ โดยเป็นเลขที่ตัวเองฝันเห็น ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน

และเมื่อผลสลากฯ ออกมา ตรวจดูก็พบว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 จึงดีใจมาก ส่วนแผนการใช้เงินยังไม่คิดตอนนี้ โดยบอกว่า ขอตัวไปกรุงเทพฯและทำใจกับชีวิตที่พลิกผันกลายเป็นเศรษฐีในพริบตาก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้ว! เสี่ยโรงกลึง ร่วมผัวเมียปล้นโชห่วยปทุมฯ 3 ร้านในคืนเดียว

ตร.ปทุมธานี จับกุมเสี่ยโรงกลึง ร่วม 2 ผัวเมีย ลักทรัพย์โชห่วย 3 ร้านในคืนเดียว พร้อมนำตัวทำแผนก่อนส่งฝากขังศาล ขณะผู้ต้องหาอีกคนชาวเขมร หลบหนีกลับประเทศไปแล้ว

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 59 พ.ต.ท.ปริญญา สุคันธวิภัติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำตัว นายพฤหัส ทาไสย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.12 ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ และ น.ส.พรรนิภา บดีรัฐ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/2 ม.1 ต.วังควง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร สามีภรรยา ที่ถูกจับกุมในข้อหา ร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันปล้นโชห่วย 3 ร้านในคืนเดียว (แก๊งโจรปทุมฯ เหิม! กวาดทรัพย์โชห่วย 3 ร้านคืนเดียว เกือบ 8 แสน)

ที่ร้านแรก ร้าน SKB สารพัธ ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี ซึ่งเป็นร้านขายปลีกและส่งบุหรี่ สุรา บัตรเติมเงิน น้ำดื่ม และของนานาชนิด โดยมี นายสุธรรม กิตติสุรินทร์ อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน คอยดูการทำแผนทุกขั้นตอน จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำแผนต่อที่ ร้านเคทีมาร์ท ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว ซึ่งเป็นร้านขายปลีก-ส่งสินค้าประเภทเดียวกับร้านแรก มี น.ส.จินตนา ทิพย์เทวา อายุ 41 ปี เป็นเจ้าของร้าน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลจังหวัดปทุมธานี ทันที ส่วน นายชัชพงศ์ ภูศรี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79/7 ม.1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ผู้ต้องหาคนที่ 3 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำตัวไปตรวจค้นของกลางเพิ่มที่บ้านพักใน จ.สมุทรปราการ สำหรับเพื่อนร่วมแก๊งอีกคน ชื่อ นายมุ่ย ชาวกัมพูชา เป็นคนงานก่อสร้าง หลบหนีกลับประเทศไปแล้วหลังก่อเหตุเจ้าของร้านโชห่วยชี้ดูจุดที่คนร้ายใช้คีมตัดกุญแจเข้าโจรกรรม

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นอกจากนี้ ยังพบว่า นายพฤหัส หัวหน้าแก๊งมีประวัติโชกโชน เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง ล่าสุด เพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน ส่วน นายชัชพงศ์ กำลังเปิดกิจการเป็นเจ้าของร้านโรงกลึงแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ซึ่งจากนี้จะสืบสวนสอบสวนขยายผล และติดตามของกลางมาคืนแก่เจ้าทุกข์ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath