ฮาลั่นฮอลล์! แชร์ว่อนลีลา “น้องยุ้ย” เบอร์ 8 ตอบคำถามบนเวทีมิสแกรนด์โคราช

เป็นอีกคลิปหนึ่งที่ถูกแชร์เยอะมากในวันนี้ กับความฮาปนความน่ารัก ของ “น้องยุ้ย” ผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์นครราชสีมา หมายเลข 8 ที่ผ่านเข้ามาในรอบตอบคำถาม โดยกรรมการถามว่า “นอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว บุคคลที่มีอิทธิพลต่อคุณมากที่สุดคือใคร เพราะอะไร” ซึ่งลีลาการตอบคำถามของน้องยุ้ย เรียกเสียงฮาสนั่นฮอลล์ ส่วนจะขำแค่ไหนไปดูกันเลย

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มสุดทน เจอแท็กซี่ขี้หงุดหงิด ตะคอกใส่แถมตั้งใจถอยรถชน (คลิป)

โลกโซเชียลได้เผยแพร่คลิปและเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Chayu Mahabhol ซึ่งได้บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการโดยสารรถแท็กซี่ โดยสรุปว่า มีการเรียกแท็กซี่จากงานเกษตรแฟร์ คนขับมีการพูดด้วยความไม่พอใจมาตลอดทาง จนถึงที่หมาย แท็กซี่ขับผิดทางและใส่อารมณ์กับผู้โพสต์ จนเกิดการเถียงกัน โดยผู้โพสต์อธิบายว่า ได้บอกที่หมายแล้ว แต่แท็กซี่ไม่ฟังและเลี้ยวผิดเอง จนมีการใส่อารมณ์กัน เมื่อผู้โดยสารลงจากรถ แท็กซี่ได้ตั้งใจถอยรถมาอย่างเร็ว แต่ผู้โพสต์กระโดดหลบทัน จนมีการเรียกรปภ.ช่วยปิดประตู และถ่ายคลิปให้แท็กซี่สารภาพตามที่ปรากฏ

 

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปแฉโชเฟอร์รถเมล์ ใช้เท้าจับพวงมาลัย ส่วนมือเล่นมือถือเพลินๆ

วิจารณ์กระหึ่มโลกออนไลน์ เมื่อเพจShanghai Expat เผยแพร่คลิปหนุ่มโชเฟอร์รถเมล์ชาวจีนที่ขับรถแบบอันตรายสุดๆ โดยใช้เท้าข้างซ้ายขึ้นไปพาดบนพวงมาลัยบังคับรถ ส่วนมือซ้ายก็เล่นโทรศัพท์มือถือแบบสบายใจมากๆ โดยผู้โดยสารถ่ายคลิปนี้แล้วนำไปโพสต์ประจานในโซเชียล

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปแท็กซี่เลือดร้อน คว้าเหล็กหวดไม่ยั้ง ทั้งที่หนุ่มขับรถมินิยกมือไหว้ ยังไม่ยอมหยุด

สมาชิกเฟซบุ๊ก “Aoffer Chamat Chamat” โพสต์คลิปเหตุการณ์โชเฟอร์แท็กซี่ใช้ท่อนเหล็กตีคนขับรถมินิสีแดง กลางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ธ.ค. ทั้งที่คนขับรถมินิพยายามยกมือไหว้ขอโทษแล้ว แต่โชเฟอร์แท็กซี่เลือดร้อนก็ยังใช้ท่อนเหล็กตีไม่หยุด จนมีชาวบ้านในละแวกนั้นเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปห้ามปราม พร้อมทั้งบอกว่าเขาขอโทษแล้วก็ควรหยุด ก่อนที่แท็กซี่จะกลับขึ้นรถไป พร้อมระบุข้อความว่า “มินิเหลืองกราบรถกู มินิแดงอย่าตีกู” เวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 6 ธันวาคม 2559 พิกัดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เกิดเหตุการณ์แท็กซี่ ใช้เหล็กตีเจ้าของรถมินิสีแดง ทั้งๆที่เค้าก็ขอโทษแล้วนะ พี่แท็กซี่ก็ใจร้อนเกินไปนะ ตีเค้าเสร็จขับรถหนีเค้าไปอีกนะพี่นะ… ช่วยกันแชร์คับ…”

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกเนรคุณ! ทุบตีพ่อแม่บังเกิดเกล้ากลางถนน เพราะไม่พอใจซื้อเรือนหอให้เล็กไป

เซี่ยงไฮ้อิสต์เผยแพร่ คลิปที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ เป็นเหตุการณ์ชายหนุ่มชาวจีนทำร้ายร่างกายชายหญิงสูงอายุริมถนน ด้านนอกของสำนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ในเมืองฮาร์บิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ชายคนดังกล่าวลงมือทำร้ายร่างกายพ่อและแม่ของตัวเอง เพราะไม่พอใจมที่ซื้ออพาร์ทเม้นท์ที่มีขนาดเล็กเกินไปให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน ปรากฏว่า ชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นว่า ชายคนดังกล่าวเป็นลูกอกตัญญู ลงมือทำร้ายพ่อแม่ได้ลงคอ

ที่มา>>>ข่าวสด

“เบส อรพิมพ์”โพสต์ล่าสุดว่า “ขอกราบขอโทษจากหัวใจอีกครั้ง”

จากกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ “เบส”อรพิมพ์ รักษาผล นักพูดสาวที่พูดพวดพิงถึงคนอีสานจนกลายเป็นกระแสดราม่า สังคมออกมาติติงการพูดที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าคนอีสาน โดยเฉพาะดารานักแสดงซึ่งเป็นคนอีสานพากันรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่า”เบส”จะออกมาโต้ทำนองว่าไม่มีเจตนาหยามหมิ่นคนอีสาน ที่เข้าใจผิดเพราะไม่ได้ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 30 นาทีของการบรรยาย มีการตัดออกเป็นก้อนๆ ตอนๆ ส่วนๆ ท่านจะไม่เข้าใจบริบทก่อนหน้าและหลังจากนั้นคืออะไร15032823_564211313777069_6767332137801238333_nต่อมามีการแชร์ภาพป้ายต่อต้าน “เบส อรพิมพ์” ตามสะพานลอยบริเวณถนนมิตรภาพช่วงอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และเส้นทางไปจ.สระบุรี และจ.นครราชสีมา จำนวนหลายสิบป้าย โดยมีใจความคล้ายคลึงกัน อาทิ “ขอให้ เบส หยุดพูดสร้างความแตกแยก” หรือ “เหยียบย่ำหัวใจคนอีสาน” ซึ่งคาดว่าเป็นผลพวงจากการที่มีการแชร์คลิปการพูดของ”เบส”ที่พาดพิงถึงคนอีสานcapture-20161119-134050 ล่าสุดวันที่ 19 พฤศจิกายน เบส อรพิมพ์ ได้ชี้แจงผ่านอินสตาแกรม @best_orapim ระบุว่า “เพจ เบส อรพิมพ์ รักษาผล ภายในเฟซบุ๊ก รวมถึงเพจและอินสตาแกรมอื่น ๆ นั้น เป็นเพจปลอม ไม่ใช่ของเธอแต่อย่างใด และขอกราบขอโทษจากหัวใจอีกครั้ง”capture-20161119-134132

ที่มา>>>ข่าวสด

จับช่างซ่อมมอ’ไซค์ ยิงปืนใส่เก๋งสาวกลางแยกหาดใหญ่ รับบันดาลโทสะ

ตำรวจหาดใหญ่ ตามจับตัวช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ วัย 30 ปี คาร้านก๋วยเตี๋ยว หลังก่อเหตุยิงปืนใส่รถเก๋งสาววัย 29 ปี กลางสี่แยกสะพานดำ สารภาพ ขี่ผ่าไฟแดงมาเจอเก๋งขวาง โมโหคว้าปืนยิง

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 59 พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังชุดสืบสวนพร้อมหมายจับ เข้ารวบตัว นายบัญชา สมบูรณ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ หลังผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของ น.ส.วลัยพร พรหมรอด อายุ 29 ปี บริเวณสี่แยกสะพานดำ ย่านถนนราษฎร์อุทิศ กลางเมืองหาดใหญ่ เมื่อช่วง 02.00 น. วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จนมีการแชร์คลิปต่อกันในโซเชียล

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตามไปจับตัวได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าหมู่บ้านเมืองทองธานี ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวฟ้า ทะเบียน งนล 956 สงขลา ที่ใช้เป็นพาหนะก่อเหตุ และคุมตัวไปค้นที่บ้านพัก พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุนปืน 24 นัดร่องรอยท้ายเก๋งผู้เสียหาย หลังถูกผู้ต้องหายิงเข้า 1 นัด กลางสี่แยกสะพานดำ

ต่อมา พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ รอง ผบช.ภ.9 นำตัวมาสอบสวนพร้อมแถลงข่าวที่ สภ.หาดใหญ่ โดยมีแฟนสาวของนายบัญชา ที่นั่งซ้อนท้ายในคืนเกิดเหตุเดินทางมาด้วย โดยทั้ง 2 คน ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ผ่าไฟแดงมาเจอกับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีดำ ทะเบียน ขต 4119 สงขลา ของผู้เสียหายที่ขับสวนมาพอดี และพยายามขวางทางรถจักรยานยนต์ ทั้งที่ไปได้แต่ก็ไม่ไป จึงบันดาลโทสะใช้ปืนยิงใส่ 1 นัด ถูกหลังรถเป็นรู

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath

บุกช่วย 2 ด.ช. ถูกหนุ่มยุ่นลวงตุ๋ย คาเกสต์เฮาส์เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมกับตำรวจเชียงใหม่ บุกเข้าช่วยเหลือ 2 เด็กชาย หลังถูกชาวญี่ปุ่นลวงมาตุ๋ยคาห้องพักเกสต์เฮาส์กลางเมือง อายัดคอมพ์สอบ หลังพบพฤติการณ์ ถ่ายคลิปและภาพไว้ ไปแชร์ในสังคมออนไลน์หมู่เกย์ที่ญี่ปุ่น

วันที่ 25 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ร่วมกับตำรวจหน่วยสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นำกำลังพร้อมกับหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นที่ห้องพักหมายเลข 103 เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่ง ถนนสุริยะวงศ์ ต.หายยา กลางเมืองเชียงใหม่ โดยที่เจ้าของห้องพักเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปเคาะห้องแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเจ้าของห้องเปิดประตู ตำรวจจึงเข้าชาร์จจับกุม พบเด็กชาย 2 คน อายุ 12 และ 14 ปี นอนเปลือยกายหลับอยู่ในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงช่วยออกมา พร้อมกับตรวจค้นในห้องพัก และจับกุมตัว นายมัตสึบาระ เทรุอากิ อายุ 49 ปี พร้อมกับแจ้งหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ให้ทราบในฐานความผิด กระทำชำเราเด็ก อายุ ไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่สามีภรรยาของตน โดยที่เด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารกับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยที่เด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และบังคับยุยงส่งเสริมให้เด็กแสดงหรือกระทำการมีลักษณะลามกอนาจารเจ้าหน้าที่บุกค้นภายในห้องพัก

จากนั้นตำรวจได้ประสาน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจอายัดเครื่องคอมพิวเตอร์และตรวจสอบหากลักฐาน เก็บดีเอ็นเอ คราบอสุจิบนผ้าปูที่นอน อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เผยว่า ก่อนหน้านั้น มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้รับการประสานจากตำรวจสากลประเทศญี่ปุ่น ว่านักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นลวงเด็กชายมาละเมิดทางเพศ และมีการถ่ายคลิปและภาพไปแชร์ในสังคมออนไลน์หมู่เกย์ในประเทศญี่ปุ่น ทางดีเอสไอจึงมาประสานกับตำรวจเจ้าของพื้นที่ รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายค้น และหมายจับ จนสามารถเข้าเข้าไปช่วยเหลือเด็กชายสองคนออกมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะได้ทำการแถลงข่าวอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath