“เจ้าชายแฮร์รี” ทรงกริ้วสื่อ ทั้งขุดทั้งคุ้ยรุกล้ำแฟนสาวของพระองค์

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. บีบีซีรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รีแห่งเวลส์ พระโอรสพระองค์เล็กในเจ้าชายชาลส์ มกุฎราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักรและเจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับ ทรงรับสั่งตำหนิสื่อมวลชนผ่านแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังเคนซิงตัน ล่วงละเมิดและคุกคามน.ส.เมแกน มาร์เกิล นักแสดงสาวชาวอเมริกันซึ่งพระองค์ทรงคบหาเป็นแฟนสาวมาได้เพียงไม่กี่เดือน ให้ไม่สบายใจและเป็นที่อับอาย จากการขุดคุ้ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายกับนักแสดงสาว(FILES) This file photo taken on November 11, 2013 shows  US actress Meghan Markle as she poses for pictures on the red carpet upon arrival for the world premier of the film "The Hunger Games: Catching Fire" in Leicester Square, central London. Britain's Prince Harry confirmed on November 8, 2016, that he is dating US actress Meghan Markle as he hit out at the "wave of abuse and harassment" she has suffered in recent weeks. In an unprecedented statement from Kensington Palace, the prince, 32, urged media organisations to refrain from "further damage" as he blasted the smears and "racial undertones" appearing in newspaper articles. / AFP PHOTO / Andrew Cowieราชเลขาธิการส่วนพระองค์ในเจ้าชายแฮร์รี กล่าวว่า นางสาวมาร์เกิลตกเป็นถูกละเมิดและคุกคามหลายครั้ง บางส่วนของกรณีที่เกิดขึ้นนั้นตกเป็นข่าวในสังคม การใส่ร้ายป้ายสีบนปกหนังสือพิมพ์ น้ำเสียงของข้อความที่เหยียดหยามสีผิว รวมไปถึงความคิดเห็นที่ดูหมิ่นทางเพศและสีผิวตามสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์meghan-markle-10496แถลงการณ์ระบุต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางส่วนก็ไม่ได้เป็นที่รับรู้ของประชาชน อาทิ การต่อสู้กันในชั้นศาลกับบรรดาสื่อที่หมิ่นประมาท แม่ของแฟนสาวที่ต้องฝ่ากลุ่มผู้สื่อข่าวและช่างภาพเพียงเพื่อจะเข้าไปเยี่ยมลูกสาวในบ้าน ความพยายามของนักข่าวที่จะลักลอบเข้าไปในที่อยู่อาศัยจนต้องน.ส.มาร์เกิลโทรแจ้งตำรวจ รวมไปถึงความพยายามติดสินบนแฟนเก่า และการพาดพิงบุคคลใกล้ชิดน.ส.มาร์เกิล อย่างไม่ละเว้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน และบุคคลที่รักและเคารพ
เจ้าชายแฮร์รีทรงระบุในแถลงการณ์ว่า ทรงกังวลถึงความปลอดภัยของน.ส.มาร์เกิล และรู้สึกผิดหวังในตัวเองที่ตนไม่สามารถปกป้องน.ส.มาร์เกิลได้ เพราะสิ่งที่มาร์เกิลซึ่งเพิ่งคบกับพระองค์ได้เพียงไม่กี่เดือนต้องเผชิญนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง และทรงทราบดีว่า ผู้คนอาจวิจารณ์ว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องยอม และเป็นส่วนหนึ่งของเกม แต่พระองค์ไม่เห็นด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เกม แต่เป็นชีวิตของมาร์เกิลกับพระองค์

สำหรับดาราสาวมาร์เกิลเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ชมซีรีส์อเมริกันเรื่อง Suits หญิงสาวรับบท ราเชล เซน

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดใจ! แม่วัย 70 ปีโดนลูกสาวในไส้ไล่ออกจากบ้าน-คืนนี้ยังไม่มีที่ซุกหัวนอน

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 ส.ค. เฟซบุ๊กของนายพีรพงค์ ผลประมูล นายกสมาคมสื่อมวลชนภูเก็ต ได้เสนอเรื่องราวกรณีนางพรรณ (นามสมมติ) ที่ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่าถูกลูกสาวแท้ ๆ ที่เลี้ยงดูมาตั้งเเต่เกิดไล่ออกจากบ้านเนื่องจากไม่พอใจ  โดยนายพีรพงค์ระบุว่า คืนนี้นางพรรณยังไม่รู้จะนอนที่ไหน หลังได้เดินทางไปดูยังบ้านดังกล่าว ซึ่งอยู่ภายในซอยวิชิตสงครามซอย 1 อ.เมืองภูเก็ต ก็พบว่าเสื้อผ้าของตนนั้นถูกลูกนำมาแขวนไว้หน้าบ้านและล็อคประตูบ้านไม่สามารถเข้าบ้านได้

นายพีรพงค์จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นางสุพัตรา (ขอสงวนนามสกุล) บุตรสาวว่าสาเหตุใดจึงไล่แม่ที่ชราออกจากบ้าน ก็ได้รับคำตอบว่า “เป็นเรื่องส่วนตัว” และให้ไปถามชาวบ้านดูเอง  หลังจากนั้นนายพีรพงค์จึงได้ไปถามร้านดอกไม้ ซึ่งอยู่ปากซอยว่านางพรรณมีปัญหาอะไรหรือไม่ ทางเจ้าของร้านดอกไม้บอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร เเละทางร้านเองก็สงสารเคยให้มาร้อยพวงมาลัยที่ร้านเป็นประจำ

โดยนางพรรณเล่าว่าตนเองมีลูก 4 คน ลูกอีกคนทำงานที่เเห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่ยอมเลี้ยงดู เวลาโทรไปหาก็จะถูกด่าตลอด อย่างไรก็ตาม นายพีรพงค์กล่าวทิ้งท้ายว่าเป็นเรื่องเศร้าของคนเป็นแม่ที่ถูกลูกแท้ทิ้งขว้าง วอนหน่วยงานของรัฐเข้าไปให้การช่วยเหลือ

ที่มา>>>ข่าวสด

ปู่ย่าร้อง หลานสาวถูกเพื่อนรักพ่อข่มขืนจนท้อง หลังคลอดลูกหายตัวลึกลับ!!

 วันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปที่บ้านหลังหนึ่ง ต.โนนหมากเค็ง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว หลังนายเอ (นามสมมติ) อายุ 68 ปี และ นางบี (นามสมมติ) อายุ 60 ปี ปู่กับย่า ได้ร้องเรียนไปที่สื่อมวลชน ว่า นางสาวซี (นามสมมติ) หลานสาวอายุ 15 ปี เป็นนักเรียนอยู่ชั้นม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอวัฒนานคร ได้ถูกเพื่อนของลูกชายตนเองซึ่งเป็นพ่อของ นางสาวซี ชื่อ นายนิ่ม อายุ  34 ปี หลอกว่าจะพาไปส่งบ้าน หลานสาวเห็นว่าเป็นเพื่อนของพ่อ จึงติดรถกลับบ้านด้วย แต่นายนิ่มกลับพาหลานสาวเลี้ยวเข้าไปยังสวนสมเด็จพระนเรศวร อำเภอวัฒนานคร แล้วใช้กำลังปลุกปล้ำ หลานสาว จนสำเร็จความใคร่ไป 4 ครั้ง หลังจากนั้น ได้ใช้มีดปลายแหลมบังคับข่มขู่ห้ามหลานสาวนำเรื่องที่ถูกข่มขืนไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะฆ่าทิ้ง แล้วนายนิ่มก็พาหลานสาวมาส่งที่บ้าน ขณะที่ผู้เป็นย่า บอกว่า หลานสาวถูกหลอกไปข่มขืนตั้งแต่เดือน ก.ย. 2558 หลังจากนั้น ประมาณ 1 เดือนเศษ หลานสาวก็ตั้งท้องทางโรงเรียนจึงให้ออกจากโรงเรียนมาอยู่บ้าน เนื่องจากหลานสาวแพ้ท้องอย่างรุนแรง ตนเองจึงสอบถามหลานสาว หลานสาวจึงเล่าให้ฟังว่าถูกนายนิ่มเพื่อนรักของพ่อ หลอกไปข่มขืน ตนเองจึงนำตัวหลานสาวเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.กตัญญู พวงเกาะ พนักงานสอบสวนร้อยเวร สภ.วัฒนานคร ซึ่งทางตำรวจก็พาหลานสาวไปทำแผนจุดที่หลานสาวถูกข่มขืน แต่จนบัดนี้ เรื่องก็เงียบหาย

ล่าสุด หลังหลานสาวคลอดลูกเป็นผู้ชาย ได้ 2 เดือนเศษ จึงพาลูกชายไปตรวจที่โรงพยาบาลวัฒนานคร เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา แล้วก็หายตัวไปทั้งแม่ทั้งลูก ตนเองและแม่ของนางสาวซี อายุ 33 ปี ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สมชาย อยู่ระ พนักงานสอบสวน ร้อยเวร สภ.วัฒนานคร แต่เรื่องก็เงียบหายอีก ตอนนี้ หายตัวไปเดือนกว่าแล้ว ยังติดต่อหลานสาวไม่ได้เลย ตนเองจึงต้องมาร้องทุกข์กับทางสื่อมวลชน เนื่องจากเป็นห่วงหลานสาวมาก

เนื่องจากนายนิ่ม เป็นลูกอดีด นายก อบต. และมีญาติเป็นกำนัน มีอิทธิพลมาก เคยข่มขืนผู้หญิงในหมู่บ้าน แต่ทางญาติผู้หญิงที่ถูกข่มขืนก็ไม่กล้าเอาเรื่อง นายนิ่มได้อาฆาตหลานสาวเอาไว้ว่า หากไปแจ้งความจะฆ่าให้ตาย และตัวของนายนิ่มเอง ก็ติดยาบ้าอีกด้วย

ผู้เป็นย่าของนางสาวซี บอกว่า สงสารหลานสาว ชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็ก หลังคลอดได้เพียง 2 เดือน ลูกชายของตนกับแม่ของนางสาวซี ก็แยกทางกัน แล้วเอาหลานมาให้ตนเลี้ยง ตนเองเลี้ยงมาด้วยความรัก ดูแลหลานเป็นอย่างดี ไม่น่ามาทำกับหลานสาวอย่างนี้เลย ทั้งๆ ที่นายนิ่ม ก็เป็นเพื่อนรักกับพ่อของนางสาวซี ข้าวปลาก็มากินอยู่ที่บ้านอยู่เป็นประจำ สมัยลูกชายยังอยู่ที่บ้าน

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปยังสวนสมเด็กพระนเรศวร ที่อำเภอวัฒนานคร ซึ่งนางสาวซี ระบุว่า นายนิ่ม เพื่อนพ่อได้พาตนเองมาข่มขืน ในสวนแห่งนี้ พบว่า ภายในสวนไม่มียามดูแล เป็นที่เปลี่ยว และมีพื้นที่กว้างขวางมาก ซึ่งชาวบ้านบอกว่า เป็นที่มั่วสุมของเด็กวัยรุ่น

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์”ทรงรับ”หนูนา”สาวป่วยมะเร็งหนัก 1 กก.ไว้ในพระราชานุเคราะห์

จากกรณี น.ส.ศศินา พิมพ์แพง วัย 18 ปี หรือน้องหนูนา ป่วยมะเร็งที่หัวไหล่ขวา  แบกรับน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เจ็บปวดแสนทรมาน  ก่อนเข้าทำการรักษาที่ ร.พ.นครพนม ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. ต่อเนื่องมา 4 วัน  หลังมีผู้ใจบุญหลั่งไหลบริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคาร พบว่ามียอดสูงกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่แพทย์ ร.พ.นครพนม แถลงอาการของน้องหนูนาป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว  ญาติจะนำตัวส่งไปรักษาที่กรุงเทพฯ ก็แล้วแต่ความประสงค์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 6 ก.ค. น.ส.ฐิติมา  พิมพ์แพง วัย 26 ปี พี่สาวน้องหนูนา กล่าวถึงอาการของน้องสาวว่า อาการปวดหลังเลือดทะลักจากบาดแผล 4 วัน แพทย์เติมเลือดกรุ๊ปโอไป 5 ถุง ฉีดยาแก้ปวดครั้งละ 4 ซี.ซี.ต่อเนื่อง เริ่มทานข้าวได้นิดหน่อยแต่ยังร้องไห้เพราะปวดมาก ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ก.ค. มีแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  โทรศัพท์ติดต่อกับพยาบาลโรงพยาบาลนครพนมว่าจะรับอนุเคราะห์รักษาน้องหนูนาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สร้างความปราบปลื้มดีใจให้แก่ครอบครัวตน รวมทั้งน้องสาววัย 18 ปีได้มีรอยยิ้มและมีโอกาสรักษาในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือทันสมัยตามความประสงค์ผู้บริจาค พี่สาวน้องหนูนา กล่าวด้วยร้อยยิ้มว่า น้องสาวและผู้ป่วยมีความหวัง หน้าตาสดชื่นขึ้นกว่าทุกวัน ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ผู้อำนวยการ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนง  ตลอดจนผู้ใจบุญทั่วประเทศที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือรักษา จนทำให้ยอดเงินโอนเข้าหมายเลขบัญชี เลขที่ 4911-1-2984-5 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาแหลมฉบัง ล่าสุดในวันนี้ยอดสูง 1,100,000 แสนบาท และบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่ธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม ชื่อบัญชี น.ส.ศศินา พิมพ์แพง เพื่อรักษาโรคมะเร็ง หมายเลขบัญชี 014-3-53614-9 มีเงินเข้า 5,600 บาท ยังไม่นับรวมกับผู้มาบริจาคบนเตียง ร.พ.นครพนม หลังจากแพทย์ได้ทำการเคลื่อนย้ายน้องหนูนา ขึ้นรถกู้ชีพ ร.พ.นครพนม ในเวลา 21.30 น. เพื่อนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ซึ่งเป็นศูนย์มะเร็งแบบครบวงจร  คาดว่าจะใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง  เพื่อไปถึงจุดหมายในรุ่งเช้าวันที่ 7 ก.ค. โดยมีพยาบาลจากโรงพยาบาลนครพนม 2 ราย  พร้อม น.ส.ศศินา พี่สาวน้องหนูนาและญาติ  ร่วมนั่งไปในรถตู้คันดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับน้องหนูนาไว้ในพระราชานุเคราะห์ โดยทางรพ.นครพนมจะพาน้องหนูนามาส่งถึงร.พ.จุฬาภรณ์ในเวลาประมาณ 9 โมงเช้าของวันที่ 7 ก.ค.นี้

ที่มา>>>ข่าวสด